สัญลักษณ์ของอำนาจ ความเป็นเจ้าป่า และเหี้ยมโหดต่อศัตรูของมัน
ดาบ:
สัญลักษณ์การต่อสู้ ความแหลมคมของดาบ หมายถึงสติปัญญา อันเฉียบแหลมของทหารจู่โจม ที่จะสังหารข้าศึกได้อย่างเงียบกริบ รวดเร็ว และฉับพลัน
ช่อชัยพฤกษ์:
สัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า อีกทั้งเป็นตัวอย่างและผู้นำที่ดี
ความมุ่งหมายของหลักสูตร
1. ให้มีความรู้ความสามารถในการรบแบบจู่โจม
2. ให้มีความอดทนต่อความเหนี่อยยากลำบาก
3. มีลักษณะความเป็นผู้นำสูง
4. สามารถนำหน่วยทหารขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ
เสือคาบดาบเป็นเครื่องหมายประดับหน้าอกเพื่อแสดงความสามารถ ความเป็นผู้นำหน่วย ความทรหด อดทน ของทหารที่สำเร็จการฝึกหลักสูตรจู่โจมของกองทัพบก หลักสูตรจู่โจมถือว่า เป็นหลักสูตรการฝึกที่ถือว่ามีความลำบากและเหนื่อยยากที่สุดของกองทัพบกเลย ก็ว่าได้ หลักสูตรนี้มีความคล้ายกับหลักสูตรแรงเยอร์ ของกองทัพสหรัฐ ที่ทำการฝึกโดยโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ สหรัฐ ค่ายเบนนิ่ง จอร์เจีย
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฝึกคือ เราต้องมีใจที่เด็ดเดี่ยวจะท้อไม่ได้ ต้องปฏิบัติภาระกิจให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบ มีทหารหลายนายต้องออกจากการฝึกเหตุเพราะถอดใจ ขนาดรูปร่างหรือกล้ามใหญ่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการฝึก หรือการรบ ผู้ที่จะเข้ารับการศึกษาหลักสูตรจู่โจมต้องทำการทดสอบซิดอัพ 2 นาที , วิ่งชุดครึ่งท่อน 2ไมล์ และว่ายน้ำในแม่น้ำปราณบุรีเป็นระยะทาง 100 เมตร เพื่อให้ได้ตามจำนวนที่เปิดรับ ใน 10 สัปดาห์ ของหลักสูตร

ฝึกภาคที่ตั้ง 4 สัปดาห์แรก
การฝึกในแต่ละวันเล่นเอานักเรียนจู่โจมกรอบหน้าตาอิดโรยอย่างเห็นได้ จำได้ว่าได้นอนบนโรงนอนเพียงไม่กี่วันก็โดนหลักสูตรชั้นนายร้อยทหารราบไล่ ที่ต้องลงมากางเต้นส์นอน แม้ว่าจะนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่เช้าต้องเข้าแถวรอรับตรวจแถว และรอตรวจเครื่องแต่งกาย และอาวุธประจำกาย ปลยบ.88 ที่แสนจะหนักอึ้ง เสียงครูฝึกตะคอกใส่หน้า (ประจำทุกวัน) "รองเท้าไม่มัน" "ชุดยับ" "หนวดเครารุงรัง" ก็ว่ากันไปยังไงก็ต้องโดนอยู่แล้ว ความผิดทั้งหลายในแต่ละวันก็จะรวมมาออกกำลังกายรอบดึกก่อนนอน (เกือบสว่างแล้วละ) มีชุดเล็ก , ชุดกลาง ,ชุดยักษ์ แต่ชุดกาละมังนี่ไม่ค่อยไหวครับ แทบจะไม่ได้นอนทีเดียว ในแต่ละวันก็มีโปรแกรมการเรียนการฝึกอย่างต่อเนื่อง
ภาคป่าเบื้องต้น ระยะเวลา 1 สัปดาห์
-ทดสอบวิ่ง 3 ไมล์ , 5 ไมล์ , บัดดี้รัน 800 เมตร ชุดจู่โจม , ทดสอบเดินเร็วชุดจู่โจม 17 ไมล์
-ทดสอบกำลังใจ การไต่หน้าผา เลื่อนช่วยชีวิต สะพานเชือก ปล่อยตัวลงน้ำ สนามวิบาก การโรยตัวจาก ฮ.

ภาคทะเลและที่ลุ่ม
ระยะเวลา 2 สัปดาห์ภาคป่านชายเลนเป็นภาคที่โหดที่สุด บางปัญหาใช้เวลาทั้งคืนในการเดินได้ระยะทางแค่ประมาณ 1-2 ก.ม. เท่านั้น รองเท้าที่จมเลนกับ ป่าโกงกาง และความมืด เป็นอุปสรรคอย่างดีในการทดสอบจิตใจจริงๆ เดินจนท้อ หน้าแข้งเจ็บระบมไปหมด ก็ต้องเดิน

ภาคทะเลเป็นวิชาทหารเรือ
ได้มีโอกาสแบกเรือยางของทหารเรือก็งานนี้ละ โดยมีครูทหารเรืออยู่บนเรือ (จริงๆเขาเอาไว้พายหรือเปล่า?) ชุดไม่ต้องซักวิ่งจนแห้งไปเอง ปัญหาสำคัญคือทรายที่เข้าไปอยู่ในรองเท้าและกางเกงนี่ละ ทำเอาขาเปื่อยเลย (กางเกงในเก็บไปได้เลยไม่ต้องใส่) และแล้วก็เข้าปัญหาอด 72 ชั่วโมง วันแรกเป็นการฝึกเล็ดรอดหลบหนีมีเพื่อนเราถูกจับหลายนาย ตอนเช้าเป็นการ พ่ายเรือยางไปเกราะแต่เนื่องจากคลื่นลมแรงมากทำให้บางส่วนถูกคลื่นตีเข้า ฝั่ง บางส่วนมีเรือของครูฝึกลากไปทิ้งไว้กลางทะเลซึ่งในส่วนนี้ได้พยายามพายเรือ ไปให้ถึงเกราะแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของธรรมชาติได้ จึงถูกปล่อยลอยแพตลอดคืน ตอนเช้าครูฝึกนำเรือยนต์มาลากพวกเราไปทิ้งไว้ที่ทะเลแล้วให้พวกเราพ่ายเรือ เข้าเกราะ เมื่อถึงเกราะทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามภูมิประเทศอยู่อย่างสงบมากๆๆ ทุกคนมีแต่กล่องดำรงชีพคนละ 1 กล่อง กับน้ำ 2 กระติก บางคนก็ใช้วิชาการดำรงชีพในป่าพยายามเอาเบ็ดไปตกปลาแต่ว่าปลามันไม่ ยอมกินเหยื่อ จะหาหอยมากินมันก็ตัวเล็กเหลือเกิน ในวันต่อมาก่อนที่นักเรียนจู่โจมรุ่นนี้จะขาดใจตายก็มีเรือมารับครับ ป่าว อย่านึกว่าใจดีพาเข้าฝั่งนะครับ เอาไปปล่อยไว้กลางทะเลให้ว่ายน้ำเข้าฝั่ง อืม..เอาซิ ลอยเข้ามาอีก 2-3 ช.ม. ทรมานมากเลย ฉี่ในน้ำไม่ออก ในที่สุดก็ผ่านภาคทะเลได้ แฮ๊กๆๆๆๆ ( จริงๆต้องร้อง เอียยยยยยย........ยยยย )
ภาคป่า-ภูเขาระยะเวลา 3 สัปดาห์
-การฝึกปัญหาตามสถานการณ์ การลาดตระเวณ , การซุ่มโจมตี , การเล็ดรอดหลบหนี
-ปัญหา 24 ชั่วโมง , 48 ชั่วโมง ,72 ชั่วโมง , 96 ชั่วโมง
ปัญหาที่ประทับใจที่สุดคือปัญหาสุดท้าย ประลองยุทธ โดยแบ่งนักเรียนจู่โจมออกเป็น 2 ฝ่ายรบกันเอง ในภาคนี้ได้เรียนรู้เรื่องการรบเยอะแม้ว่าจะไม่เก่งเท่ากับทหารราบตัวจริง เป็นการสรุปใช้งานทุกเรื่องที่ได้เรียนมา

วันสุดท้ายของการฝึกคือเดินทางวนกลับมาจนบรรจบที่ศูนย์การทหารราบ แม้ว่าจะหมดแรงแต่พอเห็นเขานกกระจิบ ก็รู้ว่าใกล้ถึงจุดสุดท้ายของหลักสูตรแล้ว ยังไงก็ต้องจบ ต้องจบ ๆๆๆ เป้ที่ใส่ สัมภาระกะวิทยุสื่อสารก็ถ่วงจนลิ้นห้อยเพราะต้องช่วยกันแบก (ไม่เข้าใจว่าสร้าง วิทยุสื่อสารที่มันน้ำหนักเบาๆได้ใหม) หลังจากทุกกองร้อยกลับมารวมตัวกันครบแล้วก็ได้รับการประดับเข็มจู่โจมติดที่ หน้าอกเสื้อที่อนุสาวรีย์ จอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์ ในตอนนั้นเลย ผมได้เรียนรู้มีทั้งภูมิใจ ดีใจ เสียใจ ผิดหวังท้อแท้ มิตรภาพ มีการช่วยเหลือ ความขัดแย้ง มีความเห็นแก่ตัวของบางคน แต่เรามีภาระกิจที่จะต้องทำให้สำเร็จร่วมกัน เป็นภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย จากผู้บังคับบัญชา




หน้าแรก
บทความ
สนทนา เฮฮาม้า 29
รวมรูปภาพ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา






น่าสงสารและก้อน่าภูมิใจกะคนที่เขาจบมาได้
เก่งจิงๆๆ
ได้อ่านแบบนี้ทำให้เรารักแฟนเรามากขึ้น
แบบว่าแฟนกำลังจะไปเรียนจู่โจมอะ
น่าภูมิใจแต่ก็สงสารของให้สำเร็จทุกคน
จริงเหมือนกัน ค่ะ อ่านแบบนี้แล้ว ทำให้รู้สึกรักแฟนมากยิ่งขึ้น

น่าสงสาร มากๆ ไม่รู้ว่ามีหลักสูตรแบบนี้ทำไม นะค่ะ
คนที่ผ่านมาได้ ถือว่า สุดยอด จริงๆ ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ ทุกๆ คนเลย นะค่ะ
อดทนนะค่ะ เหลือ อีกแค่ 3 สัปดาห์ คุณก้อ คือ ผู้ชนะ ( Your is the winner)
วันพุธที่ 28 เมษายน 2553 วันนี้ยังคงต้องใช้คำว่า อดทน ต่ออีกนิ๊ดหนึ่งนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนเลย ค่ะ
อดห่วงไม่ได้คะแฟนไปกับเค้าเหมือนกัน
คิดถึงแฟนมาก เป็นห่วง คิดถึง ขอให้ปลอดภัย และ สู้ สู้ นะคะ เป็นกำลังใจให้